หริ่นรีวิว ซื้อ swiss pass สำหรับคนไทย
หริ่นรีวิว ซื้อ swiss pass สำหรับคนไทย
รีวิววิธีซื้อ Swiss Travel Pass บัตรใบเดียวเที่ยวสวิสสุดคุ้ม ฉบับเข้าใจง่าย
ถ้าสวิตเซอร์แลนด์คือประเทศในฝันที่ทุกคนอยากไปเช็คอิน สิ่งหนึ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดเลยก็คือ "เรื่องการเดินทาง" ค่ะ เพราะค่าครองชีพและค่าตั๋วรถไฟที่นู่นแอบโหดร้ายต่อกระเป๋าตังค์เรามากๆ
แต่! โชคดีสุดๆ ที่เขามีตัวช่วยระดับเทพอย่าง Swiss Travel Pass (STP) บัตรเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเปลี่ยนทริปยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย แถมเซฟเงินในกระเป๋าไปได้หลายเท่าเลยค่ะ วันนี้หริ่นจะมารีวิวให้ฟังกันชัดๆ ว่าซื้อแบบไหนคุ้มสุด และซื้อที่ไหนได้บ้าง ตามมาเลยค่ะ!
ทำไมไปสวิสทั้งที... ต้องมี Swiss Travel Pass?
ความเจ๋งของบัตรใบนี้คือความ "All-in-One" ค่ะ ถือบัตรใบเดียวคือโดดขึ้นรถลงเรือได้แบบไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดหัวเลยค่ะ:
เดินทางไร้ขีดจำกัด: นั่งรถไฟ (รวมถึงรถไฟด่วนข้ามเมือง), รถบัส และเรือล่องทะเลสาบ (Boat Cruise) ได้ฟรีแบบไม่จำกัดเที่ยวทั่วประเทศเลยค่ะ
รถไฟสายโรแมนติกก็ฟรีค่ะ: ใครอยากนั่งรถไฟสายทัศนียภาพพรีเมียม (Premium Panorama Trains) ในฝันอย่าง Glacier Express, Bernina Express หรือ Luzern-Interlaken Express บัตรนี้ก็รวมให้ฟรีค่ะ! (จ่ายเพิ่มแค่ค่าจองที่นั่งเก๋ๆ เท่านั้นเอง)
ขนส่งสาธารณะในเมืองฟรี: จะนั่งรถ Tram หรือรถบัสในเมืองใหญ่ๆ กว่า 90 เมืองก็ฟรีค่ะ ลงเครื่องบินปุ๊บแตะบัตรเดินทางต่อได้ทันที ไม่ต้องยืนงงหน้าตู้ขายตั๋วค่ะ
สายมิวเซียมเลิฟเวอร์ถูกใจสิ่งนี้: เดินเก๋ๆ เข้าชมพิพิธภัณฑ์และปราสาทชื่อดังทั่วสวิตเซอร์แลนด์ฟรีมากกว่า 500 แห่งไปเลยค่ะ
พิชิตยอดเขาฟรี 100%: บัตรนี้พาเรานั่งกระเช้าหรือรถไฟไต่เขาสู่ยอดเขายอดฮิตอย่าง Mount Rigi, Stanserhornและ Stoos ได้ฟรีแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่มสักบาทเลยค่ะ! ส่วนยอดเขาอื่นๆ เช่น Jungfraujoch หรือ Matterhorn ก็เอาไปใช้เป็นส่วนลดได้สูงสุดถึง 50% เลยนะคะ คุ้มมาก!
เลือกตั๋วแบบไหนดีนะ? ให้เป๊ะกับแพลนเที่ยวของเรา
ตั๋ว Swiss Travel Pass จะมีให้เลือกหลักๆ 2 ประเภทค่ะ (แบ่งตามจำนวนวันคือ 3, 4, 6 หรือ 8 วัน) เลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์เราได้เลยค่ะ
แบบวันต่อเนื่อง (Consecutive Days)
เหมาะกับใคร: สายลุย! แพลนเที่ยวแน่นๆ ย้ายเมืองทุกวัน เช่น คืนนี้นอนซูริค พรุ่งนี้ไปลูเซิร์น ต่ออินเทอร์ลาเคน และไปนอนดูเขาที่เซอร์แมท แบบเดินทางต่อเนื่องกันทุกวันค่ะ
ข้อดี: นับวันใช้งานติดต่อกันยาวไปเลยค่ะตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องคอยกดเปิดใช้งานระบบบ่อยๆ ให้วุ่นวายค่ะ
แบบเลือกวันเดินทางเอง (Swiss Travel Pass Flex)
เหมาะกับใคร: สายชิลล์ ชอบเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ สลับวันเดินทางไกล กับวันนอนพักผ่อนเดินเล่นรอบๆ ที่พักสวยๆ ไม่อยากเดินทางทุกวันค่ะ
ข้อดี: ยืดหยุ่นสุดๆ ค่ะ เพราะเราเลือกเปิดใช้งานเฉพาะวันที่จำเป็นต้องนั่งรถไฟทางไกลได้เลย ภายในระยะเวลา 1 เดือนค่ะ
ทริคเล็กๆ จากหริ่นสำหรับแก๊งค์ครอบครัว: เด็กๆ ที่อายุต่ำกว่า 16 ปี เดินทาง ฟรี เลยนะคะ! (ขอแค่จองและเดินทางพร้อมผู้ปกครองที่ถือบัตร Swiss Travel Pass) และแอบกระซิบว่า วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 25 ปี ก็ได้ราคาพิเศษประเภท Youth ลดราคาลงไปอีกเยอะเลยค่ะ ดีงามมากๆ
ซื้อ Swiss Travel Pass ได้ที่ไหนสะดวกที่สุด?
คนไทยเราสามารถเลือกซื้อได้ 2 ช่องทางหลักๆ ตามความสะดวกเลยค่ะ
ช่องทางที่ 1: ซื้อออนไลน์ล่วงหน้าจากไทย (หริ่นแนะนำที่สุดค่ะ )
เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีล้ำมาก ไม่ต้องรอตั๋วส่งมาที่บ้านให้ลุ้นแล้วค่ะ ซื้อปุ๊บได้เป็น e-Ticket (ไฟล์ PDF พร้อม QR Code) ส่งเข้าอีเมลทันที สะดวกสุดๆ:
เว็บเอเจนซี่ท่องเที่ยวชั้นนำ (เช่น Klook, KKday): วิธีนี้คนไทยนิยมกันที่สุดเลยค่ะ เพราะหน้าเว็บเป็นภาษาไทยเข้าใจง่าย ชำระเงินด้วยเงินบาทได้สบายๆ ผ่านบัตรเครดิต, ทรูมันนี่ หรือพร้อมเพย์ แถมแอปพวกนี้มักจะมีโค้ดส่วนลดโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตมาแจกบ่อยๆ ทำให้บางทีซื้อได้ถูกกว่าหน้าเว็บสวิสโดยตรงอีกค่ะ!
ซื้อตรงกับเว็บรถไฟสวิส (SBB.ch): ซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการหรือแอป SBB Mobile ตัวตั๋วจะซิงก์เข้าในแอปให้เราทันทีค่ะ (อันนี้ตัดบัตรเป็นสกุลเงินฟรังก์สวิส CHF นะคะ)
ช่องทางที่ 2: ไปหาซื้อหน้างานที่สวิตเซอร์แลนด์
บินไปถึงปุ๊บก็เดินไปซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วรถไฟในสนามบินหลัก (สนามบินซูริค หรือ เจนีวา) หรือตามสถานีรถไฟใหญ่ๆ ในตัวเมืองที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการได้เลยค่ะ
ข้อเสียที่ต้องระวัง: อาจจะต้องเสียเวลายืนต่อคิวนานนิดนึงในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว (High Season) และต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ค่ะ
รีวิววิธีใช้งานจริงบนรถไฟ (จากประสบการณ์ตรงของหริ่นค่ะ)
ตั๋วแบบต่อเนื่อง (Consecutive): เราจะได้ตั๋ว PDF ที่ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดชัดเจนค่ะ แนะนำให้เซฟไฟล์ใส่มือถือไว้ หรือจะปรินท์ใส่กระดาษ A4 พกติดตัวไว้เผื่อมือถือแบตหมดก็ได้ค่ะ
ตั๋วแบบเลือกวัน (Flex): อันนี้สำคัญมากนะคะ! ห้ามขึ้นรถไฟตัวเปล่าเด็ดขาดค่ะ ก่อนขึ้นรถไฟในวันนั้นๆ เราต้องเข้าไปเปิดใช้งานวันเดินทางที่เว็บไซต์ www.activateyourpass.com ก่อน เพื่อรับตั๋ว QR Code ของวันนั้นๆ ถ้าเจ้าหน้าที่มาตรวจแล้วพบว่าเรายังไม่ได้ Activate จะถือว่าเราลักไก่ขึ้นรถไฟฟรี และโดนค่าปรับโหดมากลืมไม่ลงแน่นอนค่ะ!
ขั้นตอนการตรวจตั๋ว: เมื่อเราขึ้นไปนั่งบนรถไฟสวยๆ แล้ว ก็นั่งชมวิวไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องตอกบัตรหรือสแกนอะไรก่อนขึ้นรถทั้งนั้น พอรถออกตัวไปสักพักจะมีเจ้าหน้าที่เดินมาตรวจตั๋วระหว่างทาง ให้เราเปิดหน้าจอ QR Code ยื่นให้พี่เจ้าหน้าที่สแกน ควบคู่กับ "หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริง" เสมอนะคะ (ห้ามใช้รูปถ่ายพาสปอร์ตในมือถือนะคะ) เป็นอันเสร็จพิธี เที่ยวต่อได้สบายใจค่ะ!
สรุปรีวิวในมุมของหริ่น... คุ้มไหมที่จะซื้อ?
ถ้าแพลนทริปของคุณเน้นการเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก และมีแพลนจะขึ้นยอดเขามากกว่า 2 แห่งขึ้นไป ยังไงการซื้อ Swiss Travel Pass ก็คุ้มค่าเงินแน่นอนค่ะ แถมยังซื้อ "ความสบายใจ" ในการเดินทางด้วยค่ะ หลงสายก็นั่งย้อนกลับได้ฟรี ตกรถไฟขบวนนี้ก็เก๋ๆ นั่งรอขบวนถัดไปได้เลยโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อตั๋วใหม่ เป็นไอเทมที่หริ่นบอกเลยว่าต้องมีติดมือถือไว้ เพื่อให้ทริปสวิตเซอร์แลนด์ของคุณราบรื่น สบายใจ และเป็นทริปที่น่าจดจำที่สุดค่ะ
ซื้อได้เอง ง่ายๆ ที่ลิ้งค์นี้
https://raileurope.tpo.mx/CX80x5EA
EUROPE
- เนตรนภา แก้วแสงธรรม ตัวแทนบริษัททัวร์มืออาชีพ ย้ำ อย่าไว้ใจเพจท่องเที่ยวทื่ไม่มีใบอนุญาตทัวร์
- หริ่นรีวิว วิธีจองตั๋วเข้าชม Villa del Balbianell
- หริ่นรีวิว วิธีจองตั๋วเข้าชม ปราสาทครุมลอฟ (Cesky Krumlov Castle)
- หริ่นรีวิวการจองตั๋วกรุ๊ปของสายการบินฟินแอร์
- หริ่นรีวิว การจองตั๋วเข้าชม The Last Supper มิลาน
